นับคำไม่ซ้ำในข้อความ

นับว่าข้อความมีคำที่ต่างกันกี่คำ และแสดงทุกคำเพียงครั้งเดียว เครื่องมือบอกจำนวนคำไม่ซ้ำ สัดส่วนคำไม่ซ้ำ (type–token ratio) คำที่ใช้ครั้งเดียว และคำที่ยาวที่สุด พร้อมรายการที่เรียง คัดลอก หรือดาวน์โหลดได้

  • สัดส่วนคำไม่ซ้ำ
  • รายการคำครั้งเดียว
  • อยู่บนอุปกรณ์ของคุณ
0 คำ · 0 ตัวอักษร
เก็บไว้บนอุปกรณ์นี้เท่านั้น

รายการคำที่ไม่ซ้ำกัน

แต่ละคำที่ต่างกันเพียงครั้งเดียว พร้อมจำนวนครั้งที่ใช้และตำแหน่งที่พบครั้งแรก

คำที่ไม่ซ้ำกันของคุณจะแสดงที่นี่

วิธีนับคำไม่ซ้ำ

นับคำที่ต่างกันในข้อความด้วยเครื่องมือนี้ในสามขั้นตอน

  1. วางข้อความ

    เรียงความ บทความ เนื้อเพลง หรือรายการคำ จำนวนคำไม่ซ้ำอัปเดตทันที

  2. เลือกตัวเลือก

    ข้ามคำที่ใช้บ่อยมาก รวมตัวเลข หรือแยกตัวพิมพ์ใหญ่เล็กสำหรับคำภาษาอังกฤษ

  3. เรียงและส่งออก

    ดูคำตามลำดับที่ปรากฏ ตามตัวอักษร ตามจำนวนครั้ง หรือเฉพาะคำที่ใช้ครั้งเดียว แล้วคัดลอกหรือดาวน์โหลด CSV

ตัวอย่าง

ข้อความตัวอย่างมี 46 คำ แต่มีเพียง 29 คำที่ต่างกัน สัดส่วนคำไม่ซ้ำคือ 63.0% “ก้าว” ใช้ 5 ครั้ง และ “วัน” 4 ครั้ง

นับข้อความตัวอย่าง

คำไม่ซ้ำคืออะไร

คำไม่ซ้ำ คือคำที่ต่างกันในข้อความ ไม่ว่าแต่ละคำจะใช้กี่ครั้ง ประโยค “วันละก้าว ทุกวันมีค่า” ถูกตัดเป็น 7 คำ (วัน ละ ก้าว ทุก วัน มี ค่า) แต่ “วัน” ซ้ำ จึงมีคำไม่ซ้ำ 6 คำ

ภาษาไทยไม่มีการผันคำ คำไม่เปลี่ยนรูปตามพจน์ กาล หรือเพศ จำนวนคำไม่ซ้ำจึงตรงกับจำนวนคำศัพท์ที่ใช้จริง สิ่งที่ต้องรู้คือ ขอบเขตคำมาจากการตัดคำด้วยพจนานุกรม คำประสมบางคำนับเป็นคำเดียว บางคำถูกแยกเป็นคำย่อย และไม้ยมก (ๆ) ถูกนับเป็นหน่วยแยก

สัดส่วนคำไม่ซ้ำ (type–token ratio)

สัดส่วนคำไม่ซ้ำคือจำนวนคำไม่ซ้ำหารด้วยจำนวนคำทั้งหมด ยิ่งสูง ข้อความยิ่งใช้คำหลากหลาย

สัดส่วนความหมาย
สูงกว่า 70%คำหลากหลายมาก พบบ่อยในข้อความสั้น รายการ และบทกวี
50–70%ข้อความทั่วไปที่ยาวไม่กี่ร้อยคำ
30–50%ข้อความยาว หรือข้อความที่ใช้คำเดิมซ้ำโดยตั้งใจ เช่น คู่มือหรือสัญญา
ต่ำกว่า 30%ข้อความยาวมาก หรือข้อความที่วนใช้คำชุดเดิม

สัดส่วนนี้ลดลงตามความยาวเสมอ เพราะคำที่ใช้บ่อยกลับมาเรื่อย ๆ จึงควรเทียบข้อความที่ยาวใกล้เคียงกัน

คำไม่ซ้ำ คำที่ใช้ครั้งเดียว และคำที่ใช้บ่อย

เครื่องมือแยกคำไม่ซ้ำออกเป็นสองกลุ่ม:

  • คำที่ใช้ครั้งเดียว (hapax legomena): คำที่ปรากฏเพียงครั้งเดียว ในข้อความตัวอย่างมี 18 คำ ในข้อความยาว คำกลุ่มนี้มักเป็นครึ่งหนึ่งของคำไม่ซ้ำทั้งหมด
  • คำที่ใช้มากกว่าหนึ่งครั้ง: ในข้อความตัวอย่างมี 11 คำ เรียงตามจำนวนครั้งเพื่อดูว่าคำไหนวนกลับมา

จำนวนครั้งเฉลี่ยต่อคำ คือจำนวนคำทั้งหมดหารด้วยคำไม่ซ้ำ ข้อความตัวอย่างได้ 1.59 แปลว่าแต่ละคำถูกใช้โดยเฉลี่ยราวหนึ่งครั้งครึ่ง

ใครใช้เครื่องมือนับคำไม่ซ้ำ

จำนวนคำไม่ซ้ำช่วยวัดความหลากหลายของคำศัพท์

ใครใช้เพื่อ
นักเรียนและนักศึกษาตรวจว่าเรียงความใช้คำหลากหลายพอไหม หรือวนใช้คำเดิม
ครูสอนภาษาสร้างรายการคำศัพท์จากบทอ่านโดยไม่ซ้ำ
นักเขียนและบรรณาธิการหาคำที่ใช้มากเกินไปและคำที่ใช้ครั้งเดียว
นักแปลประเมินขนาดคำศัพท์ของเอกสารก่อนเริ่มงาน
นักวิจัยวัดความหลากหลายของคำศัพท์ในคลังข้อความ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคำไม่ซ้ำ

นับคำไม่ซ้ำอย่างไร

วางข้อความในเครื่องมือ ทุกคำที่ต่างกันถูกนับครั้งเดียว ไม่ว่าจะใช้กี่ครั้ง และแสดงในรายการ

สัดส่วนคำไม่ซ้ำที่ดีคือเท่าไร

ไม่มีค่าที่ถูกต้องตายตัว เพราะสัดส่วนลดลงตามความยาวข้อความ สำหรับข้อความไม่กี่ร้อยคำ 50–70% เป็นเรื่องปกติ ควรเทียบกับข้อความที่ยาวใกล้เคียงกัน

ไม้ยมก (ๆ) นับเป็นคำไหม

ไม้ยมกถูกตัดเป็นหน่วยแยกตามการตัดคำของเบราว์เซอร์ จึงนับรวมในจำนวนคำทั้งหมด เปิด “ข้ามคำที่ใช้บ่อยมาก” เพื่อไม่ให้แสดงในรายการ

ทำไมคำประสมบางคำถูกแยก

เพราะเครื่องมือตัดคำด้วยพจนานุกรม คำที่ไม่อยู่ในพจนานุกรมถูกแยกเป็นคำย่อย ใช้เครื่องมือหาวลีซ้ำเพื่อนับคำประสมทั้งคำ

ตัวเลขนับเป็นคำไม่ซ้ำไหม

ไม่นับโดยค่าเริ่มต้น เปิด “รวมตัวเลข” เพื่อนับตัวเลขอย่าง 2026 หรือ 30 เป็นคำด้วย

ข้อความของฉันถูกส่งไปที่ไหนไหม

ไม่ การนับเกิดขึ้นในเบราว์เซอร์ และข้อความไม่ออกจากอุปกรณ์ของคุณ

แหล่งข้อมูลและอ้างอิง

  1. Lexical diversity, Wikipedia
  2. Zipf’s law, Wikipedia